โรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุนโดย: รศ.นพ.อาศิส อุนนะนันทน์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คนที่ร่างกายปกติ แต่พอนานวันเข้าความสูงของร่างกายกลับลดลงได้เอง ลักษณะแบบนี้มีโอกาสเกิดโรคกระดูกพรุนได้จริงหรือไม่ มาหาคำตอบกับเรื่องนี้กัน โรคกระดูกพรุน เกิดจากการลดลงของปริมาณกระดูกในร่างกาย ร่วมกับมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในของกระดูก เป็นผลให้ความแข็งแรงของกระดูกโดยรวมลดลง และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดกระดูกหักได้หลายตำแหน่ง เช่น กระดูกข้อสะโพก กระดูกข้อมือ หรือกระดูกสันหลัง และผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุนมักจะไม่มีอาการใด ๆ โดยทั่วไปในผู้สูงอายุที่มีความสูงลดลง อาจจะต้องวินิจฉัยหาสาเหตุ เพราะว่าอาจจะมีความสูงลดลงจากภาวะกระดูกสันหลังหักยุบจากโรคกระดูกพรุนได้ หรือในผู้ป่วยบางรายที่มีภาวะกระดูกสันหลังเสื่อม และทำให้กระดูกสันหลังโก่ง โค้งก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ความสูงของผู้ป่วยลดลงได้เช่นกัน ซึ่งเราควรจะต้องสงสัยภาวะกระดูกสันหลังหักยุบจากโรคกระดูกพรุน หากผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุมีความสูงลดลง 2 เซนติเมตรต่อปี หรือส่วนสูงลดลง 4 เซนติเมตรเมื่อเทียบกับความสูงในช่วงวัยหนุ่มสาว หากมีลักษณะแบบนี้ควรต้องสงสัยและมาพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยต่อไป ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน ตัวอย่างเช่น ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ในผู้หญิงที่มีภาวะหมดประจําเดือนก่อนวัยอันควร เช่น ถูกตัดรังไข่ทั้ง 2 ข้าง ก่อนอายุ 45 ปี ในกรณีของผู้ชาย เราใช้เกณฑ์อายุประมาณ 70 ปี นอกจากนี้ การกินยาบางชนิดก็เป็นสาเหตุของโรคกระดูกพรุนได้ เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาเคมีบำบัดรักษาและได้รับการฉายรังสีรักษา […]
4 สิ่งจำเป็นที่ผู้สูงอายุควรมีติดตัวอยู่ตลอดเวลา

ผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสภาพร่างกายที่ถดถอยลงทุกวัน ทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันต้องมีการปรับตัวและดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีอยู่ตลอดเวลา เพื่อลดการพึ่งพาลูกหลานให้มากที่สุด อีกทั้งผู้สูงอายุถ้าสามารถดูแลตัวเองได้ ก็จะมีความภาคภูมิใจ ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีมักมีกิจกรรมต่างๆทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะเกิดประโยชน์ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เบื่อหน่าย ทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขกับการใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างสมบูรณ์ แต่ทั้งนี้กิจกรรมต่างๆ ก็ควรจะมีความเหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้สูงอายุ ไม่ทำให้ต้องออกแรงมากจนเกินไป หรือเกิดความกดดัน ตึงเครียด ซึงสุดท้ายอาจกลายเป็นผลเสียให้แก่ผู้สูงอายุได้ ผู้สูงอายุถึงแม้ว่าจะแข็งแรงหรือสุขภาพดีเพียงใด ก็ยังคงต้องมีตัวช่วยที่จะทำให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างคล่องแคล่ว รวมทั้งดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ดีที่สุด ฉะนั้นผู้สูงอายุควรเตรียมความพร้อมในสิ่งที่จำเป็นต้องมีติดตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมา วันนี้ Zee Doctor จะมาแนะนำ 4 สิ่งจำเป็นที่ผู้สูงอายุควรจะต้องมีติดตัวไว้ตลอด: 1). ยาประจำตัว หรือ ยาที่จำเป็น เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีโรคประจำตัว หรืออย่างน้อยก็มียาที่จำเป็นต้องใช้บ่อย ฉะนั้นควรมีติดตัวไว้เสมอ เพราะเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยหรือยามจำเป็นจะได้หยิบหามารับประทานเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยของสุขภาพที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที หรือในกรณีที่ผู้สูงอายุท่านนั้นๆ ไม่ได้มีโรคประจำตัว อย่างน้อยก็ควรมียาสามัญประจำบ้านติดไว้เสมอ อาทิเช่น ยาดม ยาลม ยาหม่อง หรือยาแก้ปวดเมื่อย ปวดหัว วิงเวียนต่างๆ รวมทั้งยาป้องกันแมลงสัตว์กัดต่อยก็สำคัญ ต้องไม่ลืมว่าเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ อาจเกิดปัญหาด้านสุขภาพ เจ็บป่วยเล็กน้อย ได้ง่าย กว่าคนวัยอื่นๆทั่วไป ฉะนั้นมีติดตัวไว้ก็ไม่เสียหาย 2). แว่นสายตา ผู้สูงอายุโดยส่วนมากมีปัญหาด้านสายตาแทบทั้งสิ้น ปัญหาด้านสายตาสัน-สายตาเอียง […]
ข้อควรระวังของการหกล้มในผู้สูงอายุ ตอนที่ 2

หลังจากบทความที่แล้วได้ให้ข้อมูลถึงสาเหตุของการหกล้มในผู้สูงอายุไปแล้ว วันนี้ทาง Zee Doctor จะมาอธิบายเพิ่มเติมถึงวิธีการประเมินและป้องกันอันตรายของการหกล้มในผู้สูงอายุต่อ สารบัญเนื้อหา 1. การประเมินภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ การประเมินปัจจัยเสี่ยง โดยถ้าสามารถประเมินปัจจัยเสี่ยงได้ ก็จะสามารถป้องกันภาวะหกล้มโดยการจัดการกับภาวะเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุมีหลายปัจจัย ปัจจัยด้านประวัติการหกล้มพบว่าผู้สูงอายุที่เคยหกล้มมักจะเกิดการหกล้มได้อีกในภาวะเดิม ปัญหาที่เกิดตามมาเมื่อมีการหกล้มคือความกลัวต่อการหกล้มโดยพบว่าเป็นปัญหาที่รุนแรงและส่งผลต่อปัญหาด้านจิตใจตามมา ซึ่งปัญหานี้ทำให้ผู้ให้การดูแลหรือบุคลากรด้านสุขภาพเตือนผู้ป่วยไม่ให้ลุกจากเตียงเนื่องจากจะหกล้มอีกทำให้ผู้สูงอายุจำกัดกิจกรรม ยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการหกล้มมากยิ่งขึ้น การหกล้มมักเกิดขณะที่จะไปห้องน้ำเพื่อขับถ่ายหรือขณะจะเคลื่อนย้ายไปยังเก้าอี้ถ่าย ซึ่งเป็นการดีถ้าญาติ พี่น้อง หรือผู้ดูแลคอยสังเกตและคอยให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุ การหกล้มจะพบมากในผู้สูงอายุที่มีความสับสนจากสมองเสื่อมหรือสับสนเฉียบพลันเนื่องจากไม่ตระหนักเกี่ยวกับความปลอดภัยและการตัดสินใจบกพร่อง ภาวะมึนงงก็เป็นปัญหาทีอาจทำให้เกิดการหกล้มในผู้สูงอายุ อาจเกิดขึ้นได้จากโรคเบาหวาน พาร์คินสัน โรคหลอดเลือดสมอง หรือหลอดเลือดแคโรติดที่คอตีบ ภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า การได้รับยา หรือปัญหาเกี่ยวกับหูด้านใน ดังนั้นการประเมินและคอยสังเกตอาการของผู้สูงอายุในภาวะมึนงงและการให้การแก้ไขดูแล จะช่วยป้องกันการเกิดการหกล้มได้ การใช้ยาจัดเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการหกล้มในผู้สูงอายุ เช่น ยาเบนโซไดอะซีพีน หรือยานอนหลับอื่นๆ รวมถึงการใช้ยามากกว่า 4 ชนิด ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดันโลหิต และยาโรคหัวใจอาจส่งผลให้ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง ทำให้ความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่าทาง การใช้ยาต้านภาวะซึมเศร้า ยาลดความวิตกกังวลรวมทั้งยาระงับประสาทซึ่งส่งผลระงับการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางทำให้การรับรู้และการนำกระแสประสาทลดลง ทั้งหมดนี้ทำให้การทำหน้าทีด้านร่างกายลดลงส่งผลให้เกิดการหกล้มในผู้สูงอายุได้ง่าย ภาพโดย Mabel Amber จาก Pixabay ผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุนมีโอกาสกระดูกหักจากการหกล้มโดยเฉพาะบริเวณสะโพก ข้อมือ และกระดูกสันหลัง นอกจากนั้นผู้สูงอายุมักมีปัญหากล้ามเนื้อและไขมันลดลงทำให้มีโอกาสเกิดการได้รับบาดเจ็บเมื่อมีการหกล้มเนื่องจากขาดเนื้อเยื่อที่ช่วยลดแรงกระแทก ดังนั้นควรแนะนำให้ผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการหกล้มใส่ที่ป้องกันสะโพก […]
ข้อควรระวังของการหกล้มในผู้สูงอายุ ตอนที่ 1

สินค้าผู้สูงอายุ กดเพื่อเรียกดู บริการไปรับยา ติดต่อเรา ติดต่อเราได้ที่ วันนี้เรามีภัยเงียบอีกตัวที่ต้องคอยระวังสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย การหกล้มในผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่ต้องคอยใส่ใจให้ความสำคัญ ไม่สามารถละเลยได้เพราะวัยสูงอายุเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลง อันจะนำมาสู่การเกิดภาวะเสี่ยงต่างๆมากมายรวมถึงภาวะเสี่ยงด้านสุขภาพ ภาวะเสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บโดยเฉพาะการหกล้มซึ่งเป็นความเสี่ยงที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ การหกล้มในผู้สูงอายุสามารถเกิดขึ้นได้ทั้ง 2 กรณีคือ ผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และผู้สูงอายุที่อยู่ที่บ้าน โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการทั้งปัจจัยด้านบุคคล ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจัยด้านสุขภาพ เราในฐานะลูก-หลาน จึงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและจัดการกับความเสี่ยงของการหกล้มในผู้สูงอายุ การหกล้มในผู้สูงอายุพบว่ามีเพิ่มสูงขึ้นตามอายุที่มากขึ้น องค์กรอนามัยโลกระบุว่าเฉลี่ยแล้วใน 1 วัน มีผู้เสียชีวิตจากการหกล้มประมาณ 1,160 คน สำหรับประเทศไทยพบผู้เสียชีวิตจากการหกล้มเฉลี่ยวันละ 3 คน โดยเป็นผู้สูงอายุชายสูงกว่าผู้สูงอายุหญิงกว่า 3 เท่า ฉะนั้นการหกล้มนำมาซึ่งการบาดเจ็บตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงขั้นรุนแรงจนเสียชีวิต credit pics by rawpixel.com/freepik ” จากรายงานการพยากรณ์การพัดตกหกล้มของผู้สูงอายุในประเทศไทยปี พ.ศ. 2560-2564 ของสำนักงานโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณะสุข พบว่าอัตราการเสียชีวิตจากการหกล้มในผู้สูงอายุมีมากกว่าทุกกลุ่มอายุเป็นจำนวนถึง 3 เท่า และคาดการณ์ว่าระหว่างปี 2560-2564 มีผู้สูงอายุหกล้มปีละประมาณ 3,030,900-5,506,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้จะมีผู้เสียชีวิตจำนวน 5,700-10,400 […]
แนะนำขั้นตอนการไปรับยาแทนที่โรงพยาบาลสำหรับช่วงโควิท-19

สวัสดีท่านผู้อ่าน Zee Doctor ทุกท่าน วันนี้เราจะมาแนะนำขั้นตอนการไปรับยาแทนผู้ป่วยที่ได้มีการนัดหมายล่วงหน้าเพื่อเข้าพบแพทย์เพื่อติดตามอาการ(Follow up) แต่ไม่สะดวกที่จะไปในช่วงการระบาดของโรคโควิท-19 เวลานี้หลายท่านอาจมีความกังวลใจที่จะต้องพาผู้ป่วยไปหาหมอ เพราะกลัวว่าอาจจะมีความเสี่ยงเมื่อต้องเข้าไปในที่ๆมีคนพลุกพล่าน ฉะนั้นทางเลือกที่น่าสนใจคือให้ญาติหรือคนสนิทไปรับยาแทน ซึ่งสามารถทำได้ในบางกรณี ทางที่ดี เราควรโทรปรึกษาโรงพยาบาลก่อนจะดีที่สุด เหตุผลที่ควรจะโทรไปสอบถามโรงพยาบาลต้นทางก่อนว่าสามารถรับยาแทนได้ไหม เพราะคนไข้ที่ต้องติดตามอาการในแต่ละกรณีไม่เหมือนกัน บางคนไม่สามารถที่จะรับยาแทนได้เพราะต้องมีการตรวจเลือดหรือเช็คค่าต่างๆภายในร่างกายก่อนที่จะจ่ายยา แต่บางกรณีก็ไม่ต้องถ้าคนไข้ไม่ต้องใช้ผลแล็ปและตอนอยู่บ้านไม่มีอาการผิดปรกติใดๆ หรือถ้าจะต้องมีการเช็ค ก็อาจมีการวัดความดัน 5-7 วันล่วงหน้า แล้วจดข้อมูลเพื่อแจ้งกับทางโรงพยาบาลก่อนจะให้ญาติไปรับยาแทน หลังจากสอบถามโรงพยาบาลเรียบร้อย ทีนี้เรามาอธิบายขั้นตอนการรับยาแทนกันว่าต้องทำอย่างไรบ้าง: 1. ตรวจสอบสิทธิ์ เมื่อไปถึงโรงพยาบาลตามวันและเวลาที่นัดหมาย ผู้ที่รับยาแทนต้องไปดำเนินการตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ป่วยว่าผู้ป่วยใช้สิทธิ์อะไร หรืออีกนัยก็คือการแจ้งสิทธิ์ให้ทางโรงพยาบาลทราบว่าผู้ป่วยใช้สิทธิ์อะไรในการตรวจรับการรักษา ในขั้นตอนนี้ผู้ที่รับยาแทน ต้องเตรียมเอกสารที่จำเป็นได้แก่ บัตรประชาชนผู้ป่วย บัตรผู้ป่วย ใบนัดหมอ และ เอกสารสิทธิ์ต่างๆให้พร้อมเพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบเมื่อต้องการตรวจสอบ 2. คัดกรองผู้ป่วย หลังจากดำเนินการตรวจสอบสิทธิ์เสร็จเรียบร้อย ผู้ที่รับยาแทนก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองผู้ป่วยโดยที่เจ้าหน้าที่จะสอบถามผู้ที่มารับยาแทน อาทิเช่น ชื่อ-นามสกุลคนไข้ อายุ น้ำหนัก มาด้วยอาการอะไร แพ้ยาไหม (ในกรณีมารับยาแทนสามารถแจ้งได้ว่ามาพบหมอเพื่อรับยาแทนผู้ป่วย) ทั้งนี้ผู้ที่มารับยาแทน สามารถแจ้งอัตราความดันของผู้ป่วยที่ได้มีการบันทึกไว้ก่อนหน้าให้ทางเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อทำการวิเคราะห์ หมายเหตุ: ถ้าเป็นกรณีปรกติที่ผู้ป่วยมาด้วย จุดนี้จะเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจวัดความดัน เจาะเลือด หรือ ตรวจปัสสาวะ […]
15 วิธีช่วยให้ผู้สูงอายุนอนหลับได้ดีขึ้น

การนอนหลับในผู้สูงอายุเป็นกระบวนการหนึ่งของร่างกายที่ช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทั้งยังช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้สมดุล ลดความตึงเครียดในผู้สูงอายุได้ ผู้สูงอายุควรนอนให้ได้วันละประมาณ 6-7 ชั่วโมง ปัญหาการนอนไม่หลับสามารถพบบ่อยได้ในผู้สูงอายุ โดยในประเทศไทยพบว่าผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีปัญหาด้านการนอนหลับมากถึงร้อยละ 46.3 ส่วนใหญ่เกิดจากการตื่นบ่อยๆในตอนกลางคืน และถูกขัดขวางการนอนหลับ (อ้างอิง: Sukying, Bhokakul, & Udomsubpayakul,2003) และจากการสำรวจในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 9,000 คน พบว่าร้อยละ 28 นอนหลับยาก และร้อยละ 42 มีลักษณะนอนหลับยากและไม่สามารถนอนต่อเนื่องได้ตลอดทั้งคืน (อ้างอิง: Foley et al, 1995) ฉะนั้น เรามาทำความเข้าใจเรื่องการนอนหลับในผู้สูงอายุให้มากขึ้นกว่านี้กัน เพื่อประโยชน์ของตัวเอง บทความอื่นที่น่าสนใจ เนื้อหายาวไป? สามารถเลือกอ่าน 1. อาการนอนไม่หลับคืออะไร? อาการนอนไม่หลับเป็นภาวะที่สูญเสียความสามารถในการหลับ โดยมีความลำบากในการเริ่มนอนหลับ หลับยากใช้เวลานานมากกว่า 30 นาที หลับๆ ตื่นๆ ในตอนกลางคืน หรือตื่นบ่อยๆ หลังจากนั้นก็หลับยาก บางครั้งเกิดอาการตื่นเร็ว […]
บริการพาไปหาหมอดีอย่างไร?

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน Zee Doctor วันนี้ทางแอดมินคิดว่าจะมาคุยอะไรที่สบายๆกันดีกว่า ว่ากันด้วยเรื่องบริการ “พาไปหาหมอ” ที่เป็นบริการยอดนิยมของเรา แต่ก่อนจะมาพูดคุยเรื่องนี้กันในรายละเอียด เราขอชื่นชมกับความสำเร็จของประเทศไทยกันก่อน ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเราคงจะได้ยินข่าวดีเรื่องจำนวนผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ลดลงเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องจนตัวเลขเกือบจะเป็นศูนย์ คาดการณ์ว่าเราจะได้กลับมาใช้ชีวิตแบบปรกติสุขในเร็ววันนี้ถ้าเรายังคงจำนวนผู้ติดเชื้อได้ดีแบบนี้ต่อไป ที่สำคัญคือต้องขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่ช่วยกันทำงานอย่างหนักเพื่อยับยั้งไม่ให้โรคร้ายนี้แพร่กระจายออกไปมาก ขอบคุณที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมโรคได้เป็นอย่างดี จนทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยต่ำและลดลงอย่างรวดเร็วจนหลายประเทศชื่นชมในความสามสามารถของสาธารณะสุขไทย ภาพโดย Ka Young Seo จาก Pixabay กลับมาเข้าเรื่องบริการ “พาไปหาหมอ” ของเรากันดีกว่า เพราะมีหลายท่านสอบถามกันเข้ามาถึงบริการรูปแบบนี้ และยังมีข้อสงสัยว่าเอ๊! ทำไมต้องใช้บริการพาไปหาหมอ จริงๆเราพากันไปเองก็ได้ หรืออย่างที่ทราบกันดีว่าแต่ก่อนโน้นเวลา พ่อ แม่ พี่ น้องเราไม่สบาย พวกเราเองไม่ใช่หรือที่พากันไปเอง ไม่เห็นต้องพึงพาบริการ พาไปหาหมอ เลย บางท่านก็สอบถามเข้ามาว่า บริการพาไปหาหมอ นั้นมันดีอย่างไร? ลูกค้าบางท่านที่ติดต่อแอดมินเข้ามาก็ถามกันตรงๆเลยว่า (ถามแบบที่เราเองก็นึกขำๆถามกันแบบนี้เลยหรือ) บริการนี้มันดีจริงหรือเปล่า? ไม่ได้หลอกลวงกันใช่ไหม? (หมายถึงหลอกโอนเงินแล้วหายติดต่อไม่ได้) จะเชื่อมั่นในบริการของเราได้อย่างไร? อันที่จริงแอดมินก็เข้าใจนะว่าบริการแบบนี้เป็นบริการใหม่ ยังไม่ค่อยเห็นผู้ให้บริการพาไปหาหมอแบบนี้กันมากนัก ก็ไม่แปลกที่ลูกค้าอาจจะยังแคลงใจอยู่บ้าง ภาพโดย Mabel Amber จาก Pixabay […]
10 อาการโรคข้อเสื่อม

ข้อเสื่อม ภัยเงียบที่ควรระวัง จากที่ได้กล่าวถึงที่มาของโรคข้อเสื่อมจากบทความที่แล้ว วันนี้ทาง Zee Doctor จะมาอธิบายต่อถึง 10 อาการหลักๆของโรคข้อเสื่อม เพื่อช่วยให้เราได้สังเกตเห็นและสามารถเตรียมตัวป้องกันภัยเงียบที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ได้ : สารบัญเนื้อหา 10 อาการโรคข้อเสื่อม 1. ปวดข้อ ระยะเริ่มแรกของโรคข้อเสื่อม อาการปวดจะไม่รุนแรง จะมีอาการปวดมากเมื่อมีการใช้ข้อหรือการลงน้ำหนัก และอาการปวดจะบรรเทาเมื่อหยุดพักการใช้ข้อ ลักษณะการปวดจะเป็นแบบปวดลึกๆ อยู่ภายในข้อ เมื่ออาการรุนแรงมากขึ้นอาการปวดจะมากตามไปด้วย อาการของโรคข้อเสื่อมสามารถปวดได้ตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน อาการปวดจะเป็นเฉพาะข้อที่มีสภาพเสื่อมแต่อาจพบอาการปวดร้าวไปยังข้อที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้ อาการปวดอาจเกิดจากมีแรงดันบริเวณเยื่อหุ้มกระดูก ( periosteum ) จากกระดูกงอก การเพิ่มแรงกดดันต่อกระดูกใต้กระดูกอ่อน หรือการมีเลือดคั่งจากมีแรงดันในไขกระดูก หรือกระดูกส่วนทราบิคิวลาร์หัก หรือเอ็นและกล้ามเนื้อรอบข้อถูกดึงรั้ง และการอักเสบของเยื่อบุข้อและเยื่อหุ้มข้อ 2. ข้อฝืดขัด ระยะแรกๆของอาการอาจเป็นๆ หายๆ เมื่อขยับเคลื่อนไหวหรือใช้งานอาการจะดีขึ้น แต่ถ้ามีอาการรุนแรงจะเกิดการฝืดขัดมากขึ้นและมักเป็นในตอนเช้า โดยอาการฝืดขัดของข้อจะเป็นอยู่ไม่นานเกิน 30 นาที 3. ข้อบวมและโต หรือ ข้อใหญ่ผิดรูป หรือเรียกว่า (bony enlargement) เกิดจากกระดูกที่งอกโปนบริเวณข้อ เมื่อโรครุนแรงจะพบอาการของขาที่โก่งขึ้น (bow leg) […]
ไขข้อข้องใจ โรคข้อเสื่อมคืออะไร?

โรคข้อเสื่อม โรคข้อเสื่อมเป็นอะไรที่ใกล้ตัวเราทุกคนมาก เราคงเคยได้ยินหลายคนพูดกันว่าช่วงนี้เวลายืนนานๆ จะปวดหัวเข่า หรือ เวลาเดินจะได้ยินเสียงดังกร๊อบแกร็บๆ บริเวณหัวเข่า เคยสงสัยกันไหมว่ามันคือเสียงอะไร? แล้วมันจะรุนแรงขึ้นไหมถ้าเราปล่อยไว้โดยไม่ไปพบหมอ? ทำไมถึงสำคัญกับเราและผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก? วันนี้ทาง Zee Doctor จะนำข้อมูลมาโรคข้อเสื่อมอธิบายให้ฟังกัน: สารบัญเนื้อหา โรคข้อเสื่อมคืออะไร? โรคข้อเสื่อม หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า (osteoarthritis) เป็นโรคของข้อที่มีเยื่อหุ้มข้อโดยมีการสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้อ โดยไม่มีการอักเสบ ปกติจะเกิดกับสภาพของข้อที่รับน้ำหนัก เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก และข้อที่ทำงานบ่อย เช่น ข้อนิ้วมือ โรคข้อเสื่อมยังเป็นความผิดปกติของข้อที่พบได้บ่อยในช่วงเข้าสู่วัยกลางคนและพบได้เพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นเรื่อยๆ ตำแหน่งที่พบโรคข้อเสื่อมบ่อยได้แก่ส่วนข้อที่รับน้ำหนักมาก เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อต่อกระดูกสันหลัง เป็นต้น ข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อมมักทำให้เกิดความรำคาญเนื่องจากจะทำให้มีอาการปวดหรือไม่สบายข้อเมื่อต้องยืนหรือเดิน ในขณะที่ข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อมจะเป็นเหตุให้ปวดหลังและปวดต้นคอหรือคอแข็งตึงได้ แม้ว่าโรคข้อเสื่อมจะพบในข้อที่ต้องรับน้ำหนัก แต่ก็สามารถพบที่ข้อต่างๆทั่วร่างกายได้โดยเฉพาะข้อที่เคยได้รับการบาดเจ็บ มีการติดเชื้อ หรือเคยมีข้ออักเสบนำมาก่อน สำหรับผู้ป่วยข้อนิ้วมือเสื่อมจะมีอาการปวด ชา หรือแข็งตึงขยับนิ้วลำบาก และตรวจพบก้อนหรือปุ่มกระดูกโตขึ้นที่บริเวณข้อนิ้วมือด้วย โรคข้อเสื่อมเกิดจากอะไร? โรคข้อเสื่อมเป็นโรคที่มีการเปลี่ยนแปลงของกระดูกอ่อนผิวข้อ(articular cartilage) ในข้อที่มีเยื่อบุ ซึ่งการทำลายของกระดูกอ่อนผิวข้อเกิดขึ้นอย่างช้าๆ อย่างต่อเนื่องโดยมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางชีวเคมี การเคลื่อนไหว และ โครงสร้างทางกายภาพ […]
การดูแลผู้สูงอายุในช่วงโควิด-19

อาการของโรคโควิด-19 (Covid-19) อาการของโรคโควิด-19 เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน ส่วนมากเริ่มมีอาการหลังการได้รับเชื้อ 2-7 วันโดยมีลักษณะทางอาการดังต่อไปนี้: สารบัญเนื้อหา ลักษณะทางอาการของโควิด-19 มีไข้ (อุณหภูมิกายวัดทางปากตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ผู้สูงอายุที่เปราะบางอาจใช้เกณฑ์ 37.2 องศาเซลเซียส แต่โดยทั่วไปมักวัดอุณหภูมิด้วยเทอร์โมมิเตอร์แบบดิจิทัลทางช่องหูใช้เกณฑ์ 38 องศาเซลเซียสหรือบริเวณหน้าผาก ใช้เกณฑ์ 37.2 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตามอาจไม่มีไข้ได้ครึ่งหนึ่งในคนที่ติดเชื้อในช่วงแรก) อาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีเสมหะ หอบเหนื่อย อ่อนเพลีย ปวดศีรษะหรือปวดเมื่อยตามตัว ส่วนใหญ่มีอาการเพียงเล็กน้อย ร้อยละ 80 หายได้เอง ส่วนน้อยต้องรับไว้รักษาตัวในไอซียู ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจร้อยละ 2-3 และเสียชีวิตร้อยละ 1-2 ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคร่วม เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคปอด เป็นกลุ่มเสี่ยงชองโรคโควิด-19 ที่จะมีอาการรุนแรงกว่าโดยที่ร้อยละ 10-30 อาจต้องรับไว้รักษาตัวในไอซียู อัตราการเสียชีวิต ร้อยละ 4-11 ในผู้ที่อายุ […]